Part I, To live in USA, what you should not do!

Part I, To live in USA, what you should not do!

อยู่อเมริกา อะไรบ้างที่เราไม่ควรทำ

 

สวัสดีคะ วันนี้ จะมาพูดเรื่องการใช้ชีวิตในอเมริกา จากมุมหนึ่งของคนที่สู้ชีวิตมาตลอดตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทย. หลักการใช้ชีวิตไม่เคยเปลี่ยนแปลงตั้งแต่มาอาศัยอยู่อเมริกา. การที่เป็นคนยืนด้วยตัวเองตลอด ทำให้เราเข้มแข็ง มองโลกกว้างๆ ใช้ชีวิตแบบรอบคอบ และสอนตัวเองอยู่ตลอดเวลา.

 

ไม่ได้เน้นธุรกิจแบบตรงๆ นะคะ แค่อ้อม ๆ เพราะถ้าคุณรู้จักการใช้ชีวิตแบบมั่งคงแล้วสิ่งที่ดี ๆ จะตามมาเองคะ.

 

หลักการหลัก  ๆ ของการใช้ชีวิตที่อเมริกา ให้ มีความสุข ทางกายและจิตใจ (จะเน้นเรื่องจิตใจมากกว่ากาย เพราะ ต้นทุนมาไม่เท่ากัน). ความสุขทางกายนั้น นอกจากจะกินอาหารทีดี มีผลดีต่อสุขภาพ แล้ว การไม่ทำงานหนักจนเกินไปจนทำให้สภาพร่างกายเราหมดสภาพเร็วกว่ากำหนดนั้น จะแย่คะ  (ตัวเองก็กำลังตกอยู่ในสภาพนี้เพราะทำงานมากเกินไป).

 

ความสุขทางใจ คือการกระทำ การคิดรูปแบบต่าง ๆที่ทำให้จิตใจเราผ่องใสคะ การมองโลกในแง่บวก เอาใจเขามาใส่ใจเราจะช่วยได้มาก. การเป็นคนมีเมตตากรุณาต่อคนรอบข้าง และให้อภัยต่อคนรอบข้างยิ่งเป็นการดีคะ.  การกระทำแบบไหนที่เรารับไม่ได้ ทนไม่ได้ ก็ต้องพูดคะ อย่าเก็บกด เพราะจะทำให้เราประสาทเสียได้ง่าย. เป็นตัวของตัวเองดีที่สุดคะ อย่าเสแสร้าง เพราะมันไม่ได้ยั่งยืนถาวร เหมือนกันสันดานนะคะ มันแก้ยาก.

 

การเขียนวันนี้ให้มองสองด้านนะคะ เพราะ น่าจะกระทบ หลาย ๆคน ที่มีชีวิตเช่นชั้นสามัญบุคคลธรรมดาทั่วไป.  เหมาะสำหรับคนที่อยากประสบความสำเร็จ อยู่ได้ด้วยตัวเอง และไม่ต้องพึ่งใคร ในอเมริกานะคะ. คนที่อาศัย คนอื่น ถ้าขาดคนนั้นไม่ได้ ไม่เหมาะที่สะอ่านคะ เพราะจะตรงกันข้ามกับหลักการในการใช้ชีวิตของคุณเองนะคะ (ไม่ต้องเสียเวลา).

 

  1. Do not lend money to Anyone การไม่ให้ใครยืมเงิน

 

หลักการนี้ใช้มาแต่เมืองไทยคะ ขนาดเตือนตัวเองอยู่บ่อย ๆ ก็ให้ยืมบ้างคะ แต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่า คงจะไม่ได้คืน และไม่คิดมากคะ. ส่วนใหญ่จะเป็น พี่น้องมากกว่า เพื่อน ก็เลิกให้ยืมคะ ญาติ นี่ไม่ให้เลยคะ เพราะไม่จำเป็น  แต่ ถ้ามีใครเจ็บป่วย ไม่มีคนช่วย ยินดีคะ จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ ดูแลพักฟื้น.

 

ถ้าคุณไม่ได้เดือดร้อนอะไร เรื่องเงิน และไม่เสียดายกับเงินทีจะต้องสูญเสียเงินไปนั้น จัดไปคะ ตามชอบ เป็นการทำทานที่ดีอย่างหนึ่ง. แต่ถ้าคุณหาเช้ากิน เย็น ๆๆ บ่าย ๆ นี่ คุณพึงระวังด้วยคะ  จะเข้าเนื้อตัวเอง  โดยเฉพาะกลุ่มที่กู้มาให้ชาวบ้านยืม หรือ ถอนจากบัตรเครดิตนี่ รูดบัตรตัวเองนี่ ระวังด้วยนะคะ  อเมริกา นี่ถ้าเครดิตเสียทำไรก็ยากคะ จะซื้อบ้าน ซื้อรถ ทำธุรกิจ แม้กระทั่ง ทำงานที่ดี เขาตรวจสอบเครดิต สกอร์นะคะ

 

ตัวอย่างของ นาย ใจดี เป็นคนเก่งมากคะ เรียนจบมหาวิทาลัยที่อเมริกา สมัครงานตำแหน่งผุ้จัดการ ฝ่ายการเงินนะคะ นายใจดี ประสบความยอดเยี่ยม ผ่านงานเรียบบร้อย รอตรวจประวัติ  แต่ติดตรงนาย ใจดี หนี้เยอะและไม่จ่ายหนี้ตามกำหนด (ไม่ได้เบี้ยวนะคะ แต่ไม่จ่ายหนีตามกำหนด)  งานนี้นายใจดี อดคะ ไม่ได้งานที่ดี กับกิจการที่ดีที่อาจจะมีอนาคตสดใส.

 

ตัวอย่าง ที่ สอง   นางงดงาม มาอยู่อเมริกานานโข มีเพื่อนสนิทรักกันมาก  เพื่อน เดือดร้อนเรื่องเงินเพราะ หย่ากับสามี อเมริกัน  นาง งดงามใจดีคะ  ให้เพื่อนยืมเงิน (เก็บตัวเอง)  เพื่อนรับปากว่า ถ้าได้ alimony หรือค่าเลี้ยงดูที่ฝ่ายชายต้องจ่ายหลังการหย่า จะใช้คืน  ปรากฏว่า วันหนึ่ง นางงดงาม จำเป็นต้องใช้เงินเพราะทางบ้านเดือดร้อน นะคะ ขอเงินคืนกับเพื่อน ซึ่งได้ อริโมนี่ละ  รู้ปะคะ เพื่อน ผัดวันประกันพรุ่ง จนสุดท้าย นางงดงาม ทวงไม่ไหว ตัดเพื่อนกันเลยคะคุณ  เงินทองไม่เข้าใครออกใครนะคะ พึงระวัง

 

  1. Do not guarantee anyone อย่าไปค้ำประกันใครเป็นอันขาด

 

ส่วนตัวเองจะแนะนำคืนอื่นตลอดคะว่าห้ามค้ำประกัน โดยเฉพาะเงินกู้ทุกประเภท การค้ำประกัน ค่าเช่าอาหาร อะไรทีเกี่ยวกับการเป็นผู้ค้ำคะ.  เพราะการเป็นผู้ค่ำ เสมือนหนึ่งว่าคุณต้องรับผิดชอบ ถ้าคนที่คุณค้ำประกัน เบี้ยว ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ. ที่อเมริกานะคะ ระเบียบจะเคร่งครัดมากคะ สมมุตินะคะ ไปค้ำประกันการกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้ญาติห่างๆ ญาติไม่จ่ายหนี้ 6 เดือน มีมาละคะจดหมายทวงหนี้ ถ้าไม่จ่ายนะคะ เราถูกฟ้องคะ ผู้ร่วมรับความเสียหาย (ไม่รู้พูดภาษากฎหมายถูกปะ).

 

การค้ำประกัน การเช่าอาหาร กรณีเป็นเจ้าของกิจการ ถ้าคนเช่าไม่จ่ายค่าเช่า เขาจะเขียนไว้ในสัญญาเลยคะ ว่าคุณต้องรับผิดชอบ  เหมือนกับ sublease หรือการเช่าช่วงนะคะ พอกันเลย  ถ้าคนเช่าต่อจากคุณ เจ้าของอาหาร ก็มาล่าเอาจากคุณนี่แหละคะ.

จะค้ำประกันใครนะคะได้คะ ไม่มีปัญหา ถ้า คุณ เอาเงินเขามาไว้เลยคะ ฝากเงินร่วมกัน สักปี ให้ครบตามสัญญาค้ำประกันกรณีจะทำธุรกิจ พอผ่านไป หนึ่งปี  ผู้เช่ามีเครดิตที่ดี ให้ติดต่อกับเจ้าของอาคารขอยกเลิกการค้ำประกันคะ แล้วให้ผู้เช่าเซ็นสัญญากันเองคะ. สบายใจทั้งสองฝ่ายและไม่เสียมิตราภาพระหว่างกันด้วยคะ.

 

ทุกอย่างมีทางออกคะถ้าคุณมองหา โดยเฉพาะการค้ำประกัน  บางกรณีต้องค้ำประกัน อพาร์ทเม้นให้เพราะลูกจ้าง มีทักษะดี อยากให้เขามาทำงานด้วย อันนี้ก็อีกประเด็นคะ ให้พึงระวังด้วย เพราะถ้าเกิดลูกจ้างหนี เราก็มีหน้าที่จ่ายค่าเช่าอพารทเม้นเองนะคะ.

 

3. Don’t’ let anyone living with you อย่าให้ใครมาอาศัยอยู่บ้านเราคะ

 

 

ถ้าเราอยากมีรายได้พิเศษ ต้องการแบ่งห้องให้เช่า ให้ทำสัญญาให้รอบคอบคะ  แต่กฎหมายที่อเมริกา ครุ้มครองผู้เช่าคะ  การจะให้ใครออกจากบ้านนั้น ต้องมีคำสั่งจากศาลคะ  แม้ว่าจะไม่ได้เขียนสัญญาเช่าขึ้นมา การให้คนมาอยู่บ้านและเขาจ่ายค่าเช่า ให้เรา ถือว่าสัญญานั้นเกิดขึ้นแล้วคะ (เรียนกฎหมายธุรกิจมาเล่มเดียว แต่ครอบคลุมเรื่องพวกนี้).

 

อีกกรณีถ้าอยากมีรายได้พิเศษ ให้ทำแบบ Best and Breakfast แบบมาอยู่ชั่วคราว ให้บริหารเหมือนโรงแรมคะ  เราก็รับเงินมีรายได้ ทำเป็นธุรกิจไป จะไม่เข้าข่ายเกี่ยวกับ สัญญาเช่าใด ๆ คะ เขาไม่ออก คุณก็เชิญออกไปคะ เพราะ มีเงื่อนไขชัดจน

 

มีหลายคนที่เดือดร้อนไม่มีที่พักอาศัย อาจจะถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ ให้มองหา shelter ช่วยคะ มีทุกรัฐคะ เป็นธุระด้านนี้จะดีกว่าคะ อย่าเอาภาระมาใส่เรา เว้นแต่ว่าคุณว่างมากคะ วันๆ ไม่ทำไร รวยมาก ไม่มีเรื่องต้องคิด ไม่ต้องทำงาน มีเงินใช้ จัดไปคะ ช่วยไปเลยคะ เชิญใครก็ได้มาพักอาศัยด้วยนะคะ

 

มีกรณี การให้คนรู้จัก เพื่อน ญาติ มาอยู่อาศัยด้วย เป็นการชั่วคราว  ชัวคราวคือไม่เกิน หนึ่งเดือนคะ ห้ามเกินเดือนนะคะ ถ้ามากกว่านี้ เป็นภาระของเราไปโดยปริยายคะ.  ถ้าคุณมีสามีฝรั่ง แล้วให้ญาติผู้ชาย หรือเพื่อนชายมาพักด้วย นี่ ครอบครัวอาจจะแตกแยกได้คะ ถ้าญาติผู้ชาย ขยันน้อย มาอยู่ด้วยกิน อยู่ฟรี น้ำไฟ ไม่จ่าย ทำงานเก็บเงนอย่างเดียว แถมคุณต้องไปซักผ้าให้ด้วย นี่อย่าทำคะ

 

มีกรณีให้เพื่อนหญิงมาพัก แล้วคุณมีสามีฝรั่ง  แม้ว่าสามีของคุณนั้นจะหล่อน้อย หล่อกลาง หล่อมาก (ยิ่งต้องระวัง) ปัญหาครอบครัวอาจจะเกิดขึ้นได้คะ  คุณสมบัติของคนที่เราเห็นภายใน ไม่สามารถที่จะบ่งบอกของคุณสมบัติภายในของคนนั้นๆ คะ.

คนเราถ้าไม่อยู่ด้วยกัน จะไม่รู้นิสัยกันคะ ก่อนมาอยู่ด้วยกัน อาจจะดีเลิศประเสริฐศรี  แต่พอมาอยุ่ด้วยกัน รับกันไม่ได้ก็เยอะคะ.  เหมือนสามีภรรยาไงคะ  ก่อนแต่งงานกันแค่จีบ ๆๆ ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด พออยู่ด้วยกัน มีปัญหาทุกคู่คะ  แต่ด้วยความรัก ก็ปรับตัวเข้ากันได้ .  แล้วคนที่เป็นเพื่อนกันนี่รักกันมากแค่ไหนคะ ที่จะปรับตัวเข้าใจซึ่งกันและกัน คนละประเด็นกันนะคะ.

 

ถ้าอยากรักษามิตรภาพกับเพื่อนฝูง ญาติ พี่ น้อง อย่าให้ใครมาอยู่บ้านเราเกินหนึ่งเดือนคะ. พึงระวังด้วยประการ ละ ฉะ นี้

 

เรียบเรียงโดย        : แหวนเพ็ชร วังคีรี โรลล์ (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต)

ที่มา                        : ประสบการณ์จากการใช้ชีวิตในอเมริกา

วันที่                        : วันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2560, Tuesday, October 10th 2017