How to succeed working in U.S.A.?

How to succeed working in U.S.A.?

อยากประสบความสำเร็จกับการทำงานในอเมริกา ควรทำไง?

 

ในการที่เราอยากจะประสบความสำเร็จหรือทำตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้นั้น เราต้องทำด้วยใจคะ. จะทำงานกับชาติไหนประเทศไหน ก็ตามต้องตั้งใจให้มาก ๆ จนกว่าเราจะเข้าใจสิ่งที่เราจะกระทำนะคะ. แม้ว่าจะทำงานและอยู่อาศัยที่อเมริกาแค่ สิบ (10) ปี แต่ก็ผ่านอะไรมาเยอะยะคะ. ผ่านการทำงานทั้บริษัทที่มีคนทำงาน 25 ถึง 100000 คนทั่วโลกแล้วคะ. แถม ไม่นับถึงการสมัครงานแต่ละที่กว่าจะได้งาน ทั้งตกงาน บางช่วง ทำงานทั้งประจำและชั่วคราว. จนกระทั่ง ปัจจุบันก็ยังทำงานประจำอยู่กับบริษัทฝรั่งที่นี่ (ไม่มีเพื่อนร่วมงานคนไทยเลย).  แถม อีกต่อ รับทำเป็นที่ปรึกษาด้านภาษีและธุรกิจให้กับเจ้าของกิจการที่เป็นคนไทยอาศัยอยู่อเมริกา และมีการจ้างงานในกิจการเล็ก ๆ ของธุรกิจตัวเอง. ไม่ได้โม้นะคะ แค่อยากเตือนสติบางท่าน ที่มีความสามารถสูงๆ ให้ฉุกคิดบ้างนะคะ.

 

เนื่องจากเป็นคนชอบสังเกตุ และดูตัวอย่างจากคนที่เขาประสบความสำเร็จทั้งวิชาชีพ และ ทางการเงิน และประยุกต์บางอย่างที่บุคคลเหล่านั้นทำมาใช้ในการดำเนินชีวิต. อยากบอกว่าต้นทุนของเรามีมาไม่เท่ากัน นี่คือใช่คะ สิ่งเหล่านี้เราไม่สามารถควบคุมได้นะคะ. แต่เราสามารถควบคุมตัวเราได้คะ ว่าต้องการเดินไปแนวทางไหน.

 

ถ้าคุณตามคนที่เขาประสบความสำเร็จหลาย ๆ ท่าน เขาจะแตกต่างกันออกไปคะ. ฉะนั้น มันไม่มีหลักเกณฑ์ ที่แน่นอนในการที่เราจะประสบความสำเร็จคะ. และที่สำคัญ ดัชนี วัดความสำเร็จ อาจจะด้านการเงิน ด้านวิชาชีพ ด้านสังคม ด้านความพึงพอใจ ซึ่ง มาตราฐานคนเราแตกต่างกันออกไปคะ.

 

บางคนอยากทำงานได้เงินเดือนเยอะ ๆ แต่ไม่อยากทำงานหนัก.

 

บางคนอยากรวย แต่ไม่คิดขวานขวายจะทำไร.

 

บางคนทำงานเยอะก็บ่น ว่าทำไมต้องมาเป็น วัวควายทำงานแบบนี้ ทั้งที่อยู่เมืองไทย ก็แสนสบาย พ่อแม่มีมาให้ทุกอย่าง ทำงาน ออฟฟิต เริดหรู อลังการ.

 

บางคนก็บ่นว่า ทำงานไป เจ้าของร้านอาหารมีแต่จะรวย เอา รวย เอา เรานี่แทบไม่ได้ไรเลย.

 

บางคนบ่นว่า ทำมาเท่าไร จ่ายค่าแรงลูกน้องไปไม่เหลือ ตัวเองแทบไม่ได้เงินเดือน เหนื่อยท้อ ไม่รู้ทำไปทำไม.
 

ขออนุญาตออกความเห็นและแนะนำนิดหนึ่งนะคะสำหรับคนที่อยากประสบความสำเร็จ

 
1.) เปลี่ยนทัศนคติคะ  คนที่ทำงานดี ๆ มา เรียนสูง ๆ หางานได้ง่ายมั๊ก ที่ไทย. ที่นี่อมเริกานะคะ คนละสภาพแวดเล้อม และ เอเชียถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อยคะ. บางคนต้องมาเริ่มใหม่หมดคะ  บางคนมาต่อยอดได้ เพราะภาษาอังกฤษดี  บางคนความสามารถสูง แต่ภาษาไม่ได้ ก็จบคะ.

 

2.) กลุ่มที่รับทำงานเป็นราย ชั่วโมง ให้พึงตระหนักคะ เขาจ่ายเราทุกชั่วโมง รวม เบรคหรือพักนะคะ ไม่ได้รวมเวลาที่เราคุยโทรศัพท์ หรือ คุยกับแชททางเฟคบุค. หรือมาทำงาน 8.30 เลิก 4.30 เช้าชาม เย็น ชาม นี่ไม่ได้นะคะ ไม่เจริญคะ แถมฝรั่ง เขาเชิญออกนะคะ แบบไม่มีค่าชดเชยใด ๆ ด้วย เพราะอเมริกา ส่วนใหญ่เป็น at will employment ใครจะไล่ใครออก หรือจะออกวันไหนก็ได้คะ.  ส่วนตัวมีไสตล์ในการทำงานแบบฝรั่งคะ แม้ว่าจะมีความเห็นอกเห็นใจแบบไทย แต่ในการทำงาน นี่ไม่ชอบคนเอาเปรียบคะ. ถ้าเห็นใครเอาพฤติกรรมที่ไทยมาใช้นี่จะบอกตรง ๆ คะ (กรณีทำงานร่วมกันแม้ว่าจะลูกค้า หรือทีมงาน ของตัวเอง.ที่อเมริกา เขารับทำงานกันเป็นชั่วโมงคะส่วนใหญ่ กลุ่มที่รับเงินเดือน เขาก็จะมาเช้าชามเย็นชามเหมือนบ้านเราไมได้คะ).

 

3.) คนทำงานในร้านอาหารไทย แม้ว่าจะแค่ร้านอาหาร เด็กเสริฟ คุณก็ได้สิทธิที่จะรับค่าแรงขั้นต่ำ เหมือนกัน แม้จะทำงานแบบมีใบหรือไม่มีใบ. ให้เรามองว่าถ้าเราเป็นนายจ้าง เราต้องการลูกน้องแบบไหนด้วยนะคะ (ยกเว้นกรณีนายจ้าง แย่มาก). อย่างนี้หางานใหม่คะ.

 

4.) ทำงานที่บ้านมีเยอะนะคะ เพื่อนฝรั่งก็ทำงานที่บ้านเยอะคะ แต่เขามีขอบข่ายและขอบเขตความรับผิดชอบในการทำงานที่ชัดเจน.  ภาษาอังกฤษต้องดีคะ ถึงทำแบบนี้ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นงานด้านคอมพิวเตอร์คะ

 

5.) ถ้าเราไม่ชอบงานที่เราทำ ให้หางานทำใหม่คะ ฝรั่ง เขา จะ Move on ไม่คิดเล็ก ๆ น้อย ๆ คะ พูดถึง ส่วนใหญ่นะคะ. คนไทยนิสัยฝรั่งก็เยอะคะ โดยเฉพาะคนที่ทำงานและเรียนต่อที่นี่.

 

6.) ถ้าเราอยากได้เงินมากกว่าเดิม ให้ไปเรียนหาความรู้เพิ่มเติมในส่วนที่เราขาด เรียนอะไรก็ได้ที่ตลาดแรงงานต้องการ และเรามีความสามารถที่พอจะทำได้ ถ้ามัวแต่เรียนสิ่งที่ตัวเองถนัด จบมาหางานการทำไม่ได้ ไม่รู้จะเรียนไปทำไมใช่ปะคะ. สาขา พวก สุขภาพ นิยมมาก สำหรับสาว ๆ ที่มาอเมริกา ทั้งด้าน พยาบาล สารพัดคะ. คอร์สสั้น ๆ ก็เยอะนะคะ แบบหางานการทำได้เลย ที่ community college ตรึมคะ ไม่แพงด้วย. แถมนะคะ บางรัฐเรียนฟรีอีก เช่น นิวยอรค นิวเจอซี่.

 

7.) ถ้าเราไม่มีเงินที่จะเรียน เขากู้กันนะคะ ท่านๆๆ ฝรั่งมีหนี้สินกันตรึม เริ่มจาก เรียนวิทยาลัยไปก่อนคะ 2 ปี ได้ อนุปริญญา ค่อยหางานทำ หลาย ๆที่มีเบิกค่าเทอมได้นะคะ ประหยัดไปเยอะแยะ ค่าเทอม ยกเว้นภาษี ถึงปีละ 5000 กว่า ๆ เลยนะคะ.

 

8.) คนที่อยากเป็นเจ้าของกิจการ เช่นร้านอาหาร ให้ทำงานร้านอาหารก่อนคะ เรียนรู้ทุกอย่าง ให้ครบวงจร เพราะร้านอาหารมีอะไรเยอะแยะที่เราไม่รู้ เห็นคนหมดเงินเป็น แสน ๆ แล้วเสียดายมากคะ ค่าโง่แบบไม่ควรจะต้องเสียเลย. เห็นคนที่ประสบความสำเร็จมากๆ ด้วยคะ ประสบการณ์สูง มีทีมงานที่ดี มีฐานลูกค้า รสชาติไม่เปลี่ยนแม้ว่าคนทำครัวจะเปลี่ยนเป็นว่าเล่น ก็เขามี “สูตร” ไงคะ มีมาตราฐาน.

 

9.) อยากทำงานบริษัท ให้หางานทำ โดยเฉพาะคนที่มีประสบการณ์จากเมืองไทย สามารถนำมาใช้ได้ที่อเมริกาคะ ตัวอย่างนะคะ ที่ทำงาน ปัจจุบัน มี คนมองโกเลีย คนจีน คน เวียดนาม สารพัดแขก คะ ทำงาน สำนวน หรือ accent ไม่ต้องพูดถึงนะคะ เละคะ แต่เขาสื่อสารได้ คนเขาเข้าใจ.  ถ้าภาษาไม่ได้เลย คุณต้องไปเรียนก่อนนะคะ. มาอเมริกา แล้วมาทำงานเลย ไม่ได้เรียนภาษา ไม่รุ่งคะ คงจะทำงานได้แค่ตำแหน่งเดิม ๆ ที่เราถนัด แบบไม่ต้องใช้ภาษาในการสื่อสารมาก. ที่พูดนี่ก็ใช่ตัวเองจะใหญ่ คับเตี่ยวไรนะคะ เป็นแค่พนักงานระดับกลางๆ  คะของกิจการค่อนข้างใหญ่. เจ้านายยังแนะนำให้ไป improve speech อยู่นี่ แต่ยังไม่มีเวลาลงคอร์สแค่นั้นเอง (ยุ่งมากทั้งงานราษฎ์และงานหลวง). เห็นะคะ คนเรามันต้องปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา.

 

10.) กลุ่มผัวรวย ผัวไม่ให้ทำไร ยังไงก็ควรไปเรียนนะคะ เพราะ วันหนึ่ง ผัวอาจจะม้วยมารณาแบบไม่ตั้งใจ รวยแค่ไหน ภาษาไม่ได้ จะทำไรต่อคะ. ต้องใช้จมูกคนอื่นหายใจ ถ้าโชคดีเจอคนดีก็ดีไป ถ้าซวย เจอคนไม่ดี นี่หมดตัวนะคะ เจอมาแล้ว.  ถ้าลูกหลายคนไม่มีเวลาไปเรียนภาษานอกบ้าน เรียนออนไลน์คะ แบ่งเวลา ในการแชททางควิกบุคสักครึ่งหนึ่งก็พอนะคะ.  ถ้าผัวอายุยืน รวย ขึ้น รวยขึ้น คุณก็เป็นหน้าเป็นตาให้เขานะคะ

 

11.) กลุ่มผัวรวยน้อย เป็นแม่บ้านอย่างเดียว นี่ ยิ่งต้องไปเรียนเลยคะ จะได้ทำมาหาประกอบอาชีพ ช่วยกัน. ถ้าลูกยังเล็ก ๆ ทำไรไม่ได้ ก็เรียนออนไลน์ไปคะ.  สะสมทีละนิดละน้อย เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง  ไม่ต้องไปดูถูกตัวเองว่าฉลาดน้อยนะคะ. รู้จักกันคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ยอดเยี่ยมคือ คนฉลาดน้อยคะ แถมรวยกว่าคนคนที่ฉลาดมากกว่าด้วยนะคะ.

 

12.) ใครที่เพิ่งมาอเมริกา แล้วมีภาระต้องช่วยเหลือทางบ้านที่ใคร เรื่องเงินทอง แล้วภาษายังไม่ได้. ให้หางานร้านอาหารไทยที่มีนายจ้างคนไทย. เจ้าของร้านต้องการคนทำงานเยอะมาก มีทุกเมือง ทุกรัฐ คนใจดี ๆ เยอะนะคะ เจอมาด้วยตัวเอง เราไม่เสาะแสวงหาเราก็ไม่เจอคะ.

 

**ข้อดีของคนที่อาศัยอยู่อเมริกา คือการเปิดกว้างเรื่องการค้นหาข้อมูล ถามอากู๋ได้หมด ทั้งตัวอย่าง จดหมายสมัครงาน  (sample resume) สถานที่เรียนฟรี ต่าง ๆ (Free ESL Class),  ไปที่ www.google.com พิมพ์ คำเหล่านี้นะคะ ขึ้นมาตรึมเลยคะ.**

 

**ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนจริง ๆ คะ ที่อเมริกา น่าจะรวมถึงที่เมืองไทยด้วย หรือที่ไหน ๆ ของโลก. เราจะไปขอความช่วยเหลือคนอื่นตลอดเวลาคงจะไม่ได้คะ. ต้องหัดช่วยเหลือตัวเอง ถ้าไม่เป็นก็ต้องฝึก. แม้ว่าคนจิตใจงดงามมีมากมายในโลกนี้ บุคคลเหล่านั้น ไม่สามารถจะมาช่วยเหลือ ได้ทุกคนนะคะ เพราะ คนเหล่านั้น ต่างก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ ของตัวเอง. เว้นแต่ว่าคนเหล่านั้น รวยมาก มีเงินใช้เหลือเฟือแทบไม่ต้องทำไร ช่วยชาวบ้านอย่างเดียว ซึ่งถ้าเราหากันจริง ๆก็คงจะมีเนาะ***

 

♥ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพและการใช้ชีวิตที่มั่งคั่งคะ♥

เรียบเรียบโดย        แหวนเพ็ชร วังคีรี โรลล์ (CPA)
ที่มาของข้อมูล Source: จากคนไทยเพื่อคนไทย และ ด้วยความหวังดีอย่างยิ่งกับคนไทยด้วยกัน
วันพุธที่  24  พฤษภาคม 2560, Wednesday, May 24th  2017