Why working in USA helps you save more money than in Thailand?

ทำไมทำงานที่อเมริกามีเงินเก็บมากกว่าทำงานในประเทศไทย

 

 

ถ้าใครอยากสร้างเนื้อสร้างตัวได้รวดเร็ว ก็ต้องขยัน ในการหารายได้ใหม่ ๆ อดทน ในการฝ่าฝันอุปสรรคในการทำงานแต่ละงาน ประหยัด กับเงินที่หามา ไม่ใช่หามาได้เท่าไร หามากี่ที่ใช้หมด มีระเบียบวินัยในการจับจ่ายใช้สอยต่าง ๆ ไม่ใช้จ่ายเกินตัว ข้อคิดนี้สำหรับคนที่สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเองนะคะ.

 

USA is considered “Land of Opportunities” อเมริกาขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งโอกาส คำว่า “โอกาส” คือทุกด้าน ด้านการเงิน ด้าน อาชีพ และด้านการศึกษา ด้านการใช้ชีวิต  ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต  (ส่วนด้านครอบครัวก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคน).

 

Target audiences กลุ่มผู้อ่าน

 

ต้องออกตัวก่อนว่า กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากแนวคิดการทำงาน จากการเขียนของเราจะเป็นกลุ่มฐานะปานกลาง  รวยน้อย รวยแบบกลาง ๆ และกลุ่มที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว  ที่ต้องการแนวทางและคำแนะนำ. เราเองก็อ่าน ศึกษาจากหลาย ๆ แหล่ง เนื่องจาก มีแนวคิดนี้มาแต่ขณะที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบบปี ว่าฉันต้องสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเองให้ได้  คนดูถูกฉันเยอะตั้งแต่ฉันเป็นเด็ก เพราะฉันหัวดื้อ เถียงคำไม่ตกฟาก  ฉันจึงเอาชนะบุคคลทั้งหลายเหล่านั้น ด้วยการตั้งใจเรียน เก็บเงินเพื่อส่งเสียตัวเองเรียน และก็จะดูแลแม่ให้สบายให้ดีที่สุด โดยที่ไม่ต้องมีผู้ชายมาวุ่นวายในชีวิต.  เราทำได้ค่ะ เราทำได้ก่อนอายุ 26 ปี เรามีบ้านให้แม่ เรามีหน้าที่การงานที่ดี เรามีเงินเก็บของตัวเอง.

 

ค่าเงิน Currency

 

ค่าเงิน $ Vs Baht เงินบาท ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 33 baht = $1 โดยประมาณ ส่วนใหญ่ถ้าจะเปลี่ยนแปลงก็ระหว่างที่ 30-36 ไม่เกินนี้ในระยะ สองสามปีที่ผ่านมา.  ค่าเงินที่มากกว่า เราก็มีเงินเก็บมากกว่าค่ะ.  เช่นนะคะ ทำงานร้านอาหารเด็ก เสริฟ บวกทิปอยู่ที่ $2500 บ้านฟรี เจ้านายมีที่พักให้  อาหารฟรี ภาษีอยู่ที่ $500 เหลือกลับบ้านที่ $2000 จับจ่ายใช้สอยสารพัด ส่งกลับบ้านให้ครอบครัว เหลือเก็บที่ $500-$1000 คูณด้วย 33 ก็มีเงินเก็บแล้วที่ 18,500 – 33,000 baht.  ขณะที่คนไทย จบปริญญาตรีทำงานเงินเดือน ปรมาณ 30,000 baht ค่าเช่า ค่ากิน ค่าอาหาร เหลือสักเดือนละ 10,000 ตัวเลขนี้เวอร์แล้วนะคะ นี่เก็บแบบสุด ๆ แระ ยังได้ที่ประมาณ $300 เองค่ะ.  คนเขาถึงอยากมาทำงานอเมริกากันมากมาย. 

 

ทำงานบริษัทระดับล่าง ๆ หรือกลาง ๆ  หรือทำงานโรงงาน ก็ตกที่ ปีละ $30,000 – $100,000 หารมาเป็นเงินไทยก็ เดือน 84,000 to 330,000 baht แล้ว.  ภาษีอเมริกาจะหนัก แต่ก็ยังมีให้เหลือเก็บ เพราะทำงาน โรงงาน หรือกิจการ มีวันหยุดพักร้อน ให้สารพัด  ขนาดร้านอาหารเล็ก ๆ ยังให้พนักงานหยุด อาทิตย์ หรือสองอาทิตย์พักร้อน  มีวันหยุดให้ (แต่ไม่ได้ตังค์ เพราะทำงานเป็นรายวัน).

 

ค่าครอบชีพ Cost of living

 

จากการสำรวจที่เราเดินทางกลับไทย ไป ซื้อของที่ห้างขายพวกอาหาร สารพัด เครื่องใช้สอยในบ้าน ต่างๆ ราคา ไม่แตกต่างจากอเมริกาเลย เช่น สบู่ ยาสีฟัน  ข้าวของใช้ในบ้านต่าง ๆ รวมทั้งอาหาร ที่กินในห้าง (ยกเว้นข้างทาง ยังคงไว้ซึ่งราคาประหยัดเช่นเดิม) ใช้เงินไป 3,000 baht or $100 แพลบเดียวหมดแระ.   ที่อเมริกา มีช่วง ลด กระหน่ำ มี คูปอง มีซื้อแบบเยอะๆ ได้ลด ราคาถูกกว่าบ้านเราอีกพวกเครื่องใช้ในบ้านสารพัด  ส่วนอาหาร เราก็ซื้อมาทำกินกันเอง  ประหยัดไปเยอะ  มีไปกินข้าวนอกบ้านบ้าง แต่ก็ไม่ได้บ่อย เดือนก็ไม่เกิน สอง ถึง สามครั้ง เพราะมันก็ไม่ได้อร่อยไรมากมาย.  ที่พูดมานี้เป็นบรรทัดฐานของเราเองนะคะ  คนติดหรูหน่อย คงจะไม่เหมือนเรา  เราเน้นสบาย ๆ และเอาแบบที่สบายใจมีเงินเก็บนะคะ.

 

ค่าบ้าน Housing

 

ค่าผ่อนบ้าน ถ้าเปรียบเทียบกับที่ไทยก็แพงกว่าค่ะ สมมติที่ไทยเราผ่อน บ้านราคา สี่ล้านที่ 27,000 baht ต่อเดือน  ก็ราว ๆๆ $700 กว่าเหรียญ นี่ได้แค่บ้าน ทาวโฮม ไกลหน่อย หรือไม่พอค่าเช่าอพารทเม้นในเมืองเลย  เขาทำไงกันค่ะ คนกำลังสร้างตัว ก็ไปเช่า บ้านคนที่มี basement หรือแบ่งห้องเช่า ราคาก็ถูกลงมาหน่อย ไม่เป็นส่วนตัวแต่ก็ต้องอดทนจนกว่าจะมีเงินดาวน์บ้านและผ่อนบ้าน.

 

แล้วคนที่มาด้วยวีซ่าทำงานเช่น E2 ยังซื้อบ้าน ดาวน์บ้านไม่ได้ล่ะ  ก่อนมาให้คุยกับนายจ้างค่ะ ให้เขาช่วยออกค่าบ้าน ได้เงินเดือนลดลงหน่อย เพราะ นายจ้าง ต้องตีราคาบ้านเป็นค่าจ้างเราค่ะ  นายจ้างใจดี กำไรได้จากกิจการดี เขาก็ช่วยลูกน้องค่ะ มีโบนัสไรให้สารพัด คุณก็ยังคงเก็บเงินได้อยู่.

 

ถ้าคนรายได้น้อย ครอบครัวทำงานคนเดียวคือสามี  แม่บ้าน ก็ต้องหาวิธีเสริมรายได้ เช่น ขายอาหารตามกลุ่มคนไทย  หรือ ไปหารับงานทำงานช่วงลูกไปโรงเรียน  ก็มีเยอะค่ะ เพราะจะได้มีรายได้เสริม  แต่ถ้ายังพอใจกับที่อยู่ปัจจุบัน และเงินหัวหน้าครอบครัวมีพอ ที่จะจับจ่ายและมีเก็บก็ไม่ต้องคิดถึงเรื่องพวกนี้ค่ะ  แต่ควรจะมีเงินสำรองไว้บ้างนะคะ ถ้าสามีตกงาน นี่จบกันเลยนะคะ กว่าจะได้งานใหม่ ถ้าโชคดีได้งานเร็วก็ไม่เป็นไรกันค่ะ.

 

ค่าเสื้อผ้า Clothes

 

เสื้อผ้าแบรนด์ดัง ๆ ที่อเมริกาแพงค่ะ ถ้าไปซื้อเต็มราคา  เราซื้อแบบ เคลียรลันหรือแบบลดสุด ๆ ใกล้หมดฤดุกาล  หรือของมือสองค่ะ เป็นคนไม่รับเกียจมือสอง ราคาไม่แพง ไม่พอใจ ขาด ก็ไม่เสียดาย ไปหาซื้อมาใหม่  เราแทบจะไม่มีงบประมาณด้านนี้เลย  อยู่ที่ไทย ก็ชอป ของลดตลอด จตุจักร ประตูน้ำ (ไม่ต้องสงสัยทำไมมีเงินเก็บแต่อยู่ไทยแระ).  เราซื้อของดีแพง แต่ต้องลดราคา นะคะ ช่วงเทศกาลสำคัญเป็นของฝากให้กับครอบครัว ปีละครั้ง บ้านเราก็สงกรานต์ กลับบ้านนอกกันใช่ปะคะ.  ที่อเมริกา เราก็ซื้อช่วง Thanksgiving, Christmas, back to school, summer clearance, winter clearance พวกนี้จะเป็นกิจวัตรเวลาเราชอปปิ้ง หรือซื้อของค่ะ.  เสื้อผ้าลูก ๆ ก็เช่นกัน ลดแบบสุด และมือสองค่ะ เด็ก ๆ โตเร็ว  และเราก็สอนให้เขารู้จักประหยัด อันไหน จำเป็นหรือไม่จำเป็น  ซื้อแบบใหม่ ๆ มา ใส่ครั้งก็เป็นมือสองแระ.  เราซื้อเสื้อผ้าไปฝากครอบครัวที่ไทยก็ไปพวก TJ Max, Berlington, Clearance at Macy, JC Penny สารพัดค่ะ ไม่ก็ outlet ต่าง  ๆ  นี่ก็ปีสองปีทีกลับ มีงบประมาณไว้อยู่แล้ว.

 

Vehicle ยานพาหนะ

 

รถมือสอง ที่อเมริกาถูกกว่าไทยค่ะ เยอะด้วย ส่วนใหญ่น่าจะดีกว่าด้วย มีพวกย้อมแมวขายก็พอมีบ้างค่ะ แต่ไม่น่าจะเยอะ เพราะกฏหมายที่นี่ค่อนข้างจะครุ้มครองผู้บริโภค   รถใหม่ ยี่ห้อต่าง ๆ ก็ยังถูกกว่าค่ะ ตัวอย่าง รถโรโยต้ามือสอง สาม สี่ห้า เลือกได้ตามท้องตลาดออนไลน์ก็เยอะ มีแบบ การันตีด้วยค่ะ certified pre-owned vehicle ยอมจ่ายแพงหน่อยแต่ก็คุ้ม  บางคนก็ผ่อนมือ หนึ่งเลย 7 ปี เดือน 200 กว่าเหรียญ ก็หกพันกว่าบาทเองคะ  คนอยู่อเมริกาทราบดี  หลายคนอยาก ส่งออกรถมือสองไปใช้ที่ไทย แต่ก็ยากเพราะติดเรื่อง อากรขาเข้า ซึ่งแพงมาก อาจจะแพงกว่าราคารถด้วยซ้ำ.  รถถือว่าเป็นปัจจัยที่ห้าที่อเมริกาค่ะ โดยเฉพาะคนที่อาศัยตามชานเมือง  แม้ว่าเราจะอยู่ในเมือง มันก็ไม่เหมือนกรุงเทพ ที่เรียกแท็กซี่ มีรถไฟฟ้า ได้ตลอด ตอนนี้มี UBER LIFT ก็ยังแพงอยู่นะคะ.  ส่วนตัวเอง ก็ซื้อรถใหม่เลยค่ะ ซื้อประกันซ่อมถึง 7 ปี แบบไม่ต้องกังวล  นี่คือข้อดีของรถใหม่  เก็บเงินดาวน์ไว้สักครึ่งหนึ่งของราคารถคะ จะได้ไม่ต้องกู้เยอะ  แต่ถ้าจำเป็น ไม่ต้องดาวน์ก็มีค่ะ  ดอกเบี้ยตอนนี้ก็ไม่ได้แพงมากมายอยู่ที่ 2-4 เปอรเซ็นเอง ถูกกว่าที่เมืองไทยมากมาย.  ปัจจัยนี้ก็ทำให้เราประหยัดเงินหรือเก็บเงินได้มากกว่าเช่นกัน.

 

บางคนแทนที่จะซื้อรถ ก็เช่าระยะยาวไปเลยคะ สามปี มีเงินวางขั้นต่ำ จ่ายรายเดือน อีกสามปี มี ทางเลือกว่าจะซื้อรถต่อไม๊ หรือคืนรถ  ยิ่งคนที่ชอบของใหม่เรื่อย ๆ เขาถือว่าคุ้มค่ะ เอาที่สบายใจ.

 

Don’t spend more than you earned อย่าใช้เงินมากกว่าที่หามาได้ค่ะ.

  

 

** ได้ฟังมาหรืออ่านมาจากหลาย ๆ แหล่งว่า  คนที่จะเพิ่มความมั่งคั่งได้ ต้องมีรายได้จากหลายแหล่ง  ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับความคิดนี้มาก ทำมาแล้วและก็เป็นจริง และเติบโตแบบยั่งยืน**

 

ที่มา                             :  ประสบการณ์ตรงที่วางแผนเรื่องการทำงานการเงินตั้งแต่เมื่อเยาว์วัยของนักวิชาเกิน

 

เรียบเรียงโดย               :  นักวิชาเกิน

 

วันที่                             :  วันพฤหัสบดีที่  6 เดือน กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑ 

     Thursday, September 6th 2018

 

Practitioners advising clients on the financial and tax consequences of entity alternatives is not viewed as a practice of law.  การให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าถึงเกี่ยวกับทางภาษีอากรและการเงินเกี่ยวกับโครงสร้างกิจการ ไม่ถือว่าเป็นการให้ทำปรึกษาด้านกฏหมาย

 

**I am not an attorney, this article is only for information and comments about investment and taxes.**

**ดิฉันไม่ใช่ทนายค่ะ บทความนี้ทำเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกฏหมายภาษีอากรและเกี่ยวกับการลงทุนเท่านั้น.**